รีวิว บ้านสไตล์รีสอร์ท ตกแต่งเอง สวยจนนึกว่าจ้างดีไซเนอร์มาทำให้

รีวิว บ้านสไตล์รีสอร์ท ตกแต่งเอง สวยจนนึกว่าจ้างดีไซเนอร์มาทำให้




ขอบอกตามตรง ว่าพอได้เห็นรีวิวพาชมบ้านของคุณ tsuki_mo แล้ว Sanook!Home จึงอยากขอไปเยี่ยมบ้านขึ้นมาเลยจริงๆ เพราะว่า รู้สึกว่าการ ตกแต่งบ้านหรือคอนโดมิเนียมได้อย่างมีสไตล์ และน่าอยู่สุดๆ หวังว่านี่คงเป็นไอเดียสำหรับใครหลายๆ คนที่คิดไม่ออกเรื่องการออกแบบตกแต่งบ้าน

ต้องขอสวัสดีชาวชายคาที่น่ารักทุกคน ในวันนี้เราจะมาแชร์ไอเดียการตกแต่งบ้านของเราเองตามไลฟ์สไตล์สาวออฟฟิศในเมืองใหญ่ที่แสนจะวุ่นวาย และก็อยากที่จะมีบ้านสักหลัง ที่อยู่แล้วได้สัมผัสบรรยากาศการพักผ่อนที่แสนสบายราวกับอยู่รีสอร์ทกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า อยู่บ้าน แต่ได้อารมณ์เหมือนได้ไปพักตากอากาศทุกๆ วัน

โดยแรกเริ่มเดิมทีก่อนที่เราจะเริ่มตกแต่งบ้านหลังนี้ เราก็ได้คิดวางแผนไว้ว่าอยากจะตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น จึงได้เลือกใช้ไม้โทนสีอ่อนๆ เพราะว่ามันดูอบอุ่น เรียบง่าย มองแล้วสบายตา ดูเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ แต่อีกใจก็ชอบผนังอิฐ และการตกแต่งสไตล์ยุโรป เพราะให้อารมณ์คลาสสิก ได้บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองหนาว และเพราะเหตุนี้เสร็จออกมาจึงกลายเป็นบ้านที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นแต่แอบมีกลิ่นอายยุโรปซ่อนอยู่


โดยพื้นเดิมที่ทางโครงการขายบ้านได้ปูมาให้เป็นกระเบื้อง แกรนิตโต้ ดังนั้นเราจึงทำการเปลี่ยนเป็นกระเบื้องยางลายไม้แทน เพราะว่าให้ลุคที่ดูซอฟท์กว่า ไม่ลื่น ผิวสัมผัสมีเซาะร่องคล้ายไม้มากค่ะ ที่สำคัญราคาประหยัดกว่าพื้นไม้จริง และทนน้ำมากกว่าด้วย พอปูเสร็จแล้วทำให้บ้านดูต่างจากบ้านเดิมไปเลย แนะนำ สำหรับใครที่เบื่อบ้านแบบเดิมๆ เพียงแค่ลองเปลี่ยนพื้นใหม่ ก็เหมือนได้บ้านหลังใหม่แล้วค่ะ


และเมื่อเดินมาถึงหัวใจสำคัญของห้องนั่งเล่นกันค่ะ โซฟานั่นเอง คนส่วนใหญ่เวลาเลือกซื้อโซฟา คงจะเลือกแบบสำเร็จรูป จะบุหนังหรือบุผ้าก็แล้วแต่ตามความชอบของแต่ละคน

แต่เราแอบชอบ build-in แบบ day bed ติดริมหน้าต่าง เหมือนที่เห็นๆ กันในบ้านฝรั่ง จะนั่งดูหนังก็ดี หรือจะนอนหลับพักกลางวันก็สุดแสนจะสบาย ที่สำคัญเวลาเบื่อๆ อยากจะเปลี่ยนสีเปลี่ยนลวดลายเบาะที่นั่ง ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ซื้อผ้าปูผืนใหม่มาเปลี่ยนเท่านั้นเอง


ส่วนตรงผนังห้องนั่งเล่นปูด้วยอิฐขาว เพิ่มจุดดึงดูดสายตาโดยการปรับฝ้าเป็นหลุมแล้วตกแต่งด้วยหลอดไฟไส้ สไตล์วินเทจเบาๆ





สำหรับทางขึ้นชั้น 2 เราได้เลือกที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อน เพราะว่าอยากให้ดูเป็นสัดส่วน และเป็นการกั้นแอร์ไปในตัวด้วย ในตอนแรกคิดจะทำเป็นบานเฟี๊ยม แต่ก็กลัวปัญหาจากการใช้งานไปนานๆ เลยเลือกเป็นบานเลื่อนแบบไม่มีรางด้านล่างแทน

ซึ่งตอนแรกก็แอบกังวลเหมือนกันว่าจะทำให้บ้านดูทึบ เราจึงเลือกทาประตูเป็นสีขาว และมีช่องกระจกพอให้แสงได้ลอดผ่าน พอทำออกมาเสร็จแล้วชอบมากๆ ค่ะ เหมือนเพิ่มลูกเล่นให้ห้องนั่งเล่น ดูน่าค้นหาว่าหลังประตูบานนี้จะพาเราไปสู่ที่ใดกันหนอ?



และก็เดินมาถึงโซนที่คนในบ้านชื่นชอบกันที่สุด ได้แก่...โซนทานข้าวนั่นเอง เราบิวท์อินเป็นที่นั่งติดผนังด้านหนึ่งค่ะ เพราะเน้นนั่งสบาย นั่งได้หลายคนหน่อยหรืออยากจะนอนเล่นก็สามารถทำได้สบายๆ พร้อมมีช่องเก็บหนังสือกับลิ้นชักไว้เก็บของกระจุกกระจิก เป็นการประหยัดเนื้อที่ไปในตัวได้อย่างดีเลยทีเดียว



ตอนแรกเรามองเห็นมุมนี้เห็นมันดูโล้นๆ เลยหากระจกเงากรอบไม้น่ารักๆ มาติดไว้ที่ผนัง บางครั้งที่รีบๆ แต่งหน้าข้างล่างก็ดีเหมือนกันนะ



นี่เป็นห้องที่แม่บ้านทุกคนใฝ่ฝัน ก็คือห้องครัวนั่นเอง เป็นห้องที่เราคิดแบบไว้ก่อนที่จะเริ่มซื้อบ้านซะอีก



สำหรับห้องนอน อาจเรียกได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของบ้านเลยก็ว่าได้ เราได้ไอเดียแต่งห้องนี้มาจากรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่เคยไปพัก




เราขอจบการพาทัวร์ชมบ้านไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะ หวังว่าทุกคนจะได้ไอเดียเล็กๆ น้อยๆ กลับไปปรับโฉมบ้านอันเป็นที่รักกัน


นี่เป็นกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรา หากผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

** ปล วันหยุดยาวครั้งหน้า จะมาเปลี่ยนมานอนเล่นที่บ้านกันนะ

รีวิว รีโนเวทบ้านมือ 2 เป็นบ้านใหม่ ในราคาสบายกระเป๋า

รีวิว รีโนเวทบ้านมือ 2 เป็นบ้านใหม่ ในราคาสบายกระเป๋า



สวัสดีครับ นี่เป็นการตั้งกระทู้โพสต์ครั้งแรกผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ

ที่มา : สมาชิกหมายเลข 725009


นี่เป็นภาพบ้านไม้ที่เพิ่งซื้อมา ก่อนจะรื้อแล้วย้ายมาปลูก

พอได้ตกลงราคาแล้ว เราก็ทำการโอนเงินมัดจำไปให้ทางผู้ขาย แล้วบ้านก็มาถึงในอีกสองวันในราคา
9 หมื่นบาท




ซึ่งด้วยพื้นที่ของบ้านเดิม นั้นมีอยู่ประมาณ 60 ตารางเมตร พอมาถึงเราก้อยิ่งต้องพยายามไม่ให้พื้นที่มันหดลงมาก


ทางบ้านผมเขาเรียกการเหมางานนี้คือ การ ยกมุง นั่นก็คือ การประกอบบ้านให้เป็นหลังจากไม้กองนั้นที่รื้อมา ราคาตกลงกันไว้ที่ 60,000 บาท



แล้วก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วครับ แบบผมหาตามภาพ ในเวปทั่วไปแล้วเอามาแปลงเอา จริงๆ แบบ
เดิมบันไดอยู่หน้าบ้าน แต่ผมแปลงเป็นอยู่ในบ้าน เพื่อเน้นในส่วนของการใช้งาน

จุดนี้มุงหลังคาเมทัลชีสเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ


จากนั้นเริ่มตีโครงผนังรอบๆ บ้าน


โดยภายในห้องนอนชั้นบนเรา ก็ใช้หน้าต่างที่ได้มาพร้อมบ้านล้างหน้าไม้ออกแล้วนำมาติดตั้ง


ภาพตอนมองออกไปข้างนอก



บ้านตั้งอยู่ที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ครับ


บ้านหลังนี้ใช้ฝ้าแผ่นที่เป็นรูระบายอากาศที่อยู่ใต้หลังคาด้วยครับ

มองอีกมุมในห้องนอนจะเห็นประตูขึ้นบ้านและประตูเข้าห้องนอนผมใช้ประตูเดิมที่มากับบ้านครับ


ระเบียงหน้าบ้านผมใช้ลูกกรงฉะลุ ไม่ทำเป็นม้านั่งเพราะมีลูกน้อยกลัวลูกปีนม้านั่งครับ


ช่างเริ่มติดตั้งไม้ฝา ไม้ฝาที่มากับบ้านไม่พอด้านหลังครับ ทำให้ผมต้องซื้อไม้ฝามาเพิ่ม แต่ว่าเลือกไม้จริงไว้หน้าบ้านเพื่อจะโชว์ไม้ที่ใช้จริงๆ


บ้านหลังที่ซื้อมาหน้าต่างเยอะมากครับ ส่วนตัวผมถือว่าคุ้มมาก หน้าต่างยกติดตั้งต้องใช้หลายคนเพราะหนักมาก


จากนั้นก็เริ่มงานติดตั้งฝ้าใน และ บุผนังต่อครับ ผมใช้แผ่น smartboard และ ไม้ฝาเชอร่า ในการตกแต่งภายใน

เป็นอันเสร็จงานประกอบแล้วครับผม


ต่อไปจะเป็นงานทำสีบ้าน ขอใช้งานช่างทีมเดิมต่อเลย พี่หัวหน้าช่างขอค่าแรง 15,000 บาท เป็น ค่าแรงทาสี ส่วนอุปกรณ์ พวกสีเราซื้อเอง

โดย เริ่มจากทาสีรองพื้นครับ


ต่อมาก็จะเป็นงานทาสีด้านนอกครับ เป็นอันจบงานทาสี ต่อไปก็จะเป็นงานติดตั้งระบบไฟฟ้าครับ


งานไฟฟ้าผมใช้งานช่างที่เป็นเพื่อนกันเขาคิดราคาจุดล่ะ 150 บาท
ส่วนตู้เบรคเก้อร์คิด 500 บาท รวมค่าแรง 1,600 บาท ค่าของที่ซื้อเอง หนึ่งหมื่นบาท


ต่อไปเป็นงานติดตั้งกระจกครับ ผมเลือกใช้กระจกสีลายโบราณ เพราะความชอบที่เคย
ไปเห็นที่เชียงคาน



รูปด้านหน้าบ้าน


รูปหลังบ้าน


รวมเบ็ดเสร็จก็ใช้งบประมาณไป 300,000 บาทครับ

บ้านหลังนี้เสร็จก่อนเดือนธันวาคม 2558 ครับ ตอนนี้มีโครงการที่จะทำชั้นล่าง เพราะว่ายังไม่มีห้องน้ำ ห้องครัว ซักล้าง ที่สำหรับผ่อนคลาย โจทย์คือ มีงบ 200,000 บาทครับ


หลังจากนั้นก็เทคานคอดินชั้นล่างขึ้นมาครับ


ส่วนผังด้านชั้นล่าง ผมก็ลองร่างแบบคร่าวๆ ไว้ประมาณนี้ครับ

ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผมลองออกไปหาซื้อวัตถุดิบที่จำเป็นด้วยตนเองครับ


อันนี้ก้อนละ 4.50 บาท

อิฐแดง 2 รู เป็นอะไรที่หายากมากในอำเภอที่ผมอยู่ แต่แล้วก้อหาจนพบโรงอิฐ ราคาก้อนล่ะ 1 บาท เอาสัก 3000 ก้อนมาโชว์ลาย



แบ่งปันครับ เจ้าของเป็นป้าวัยกลางคนทำอิฐกับลูกชายอีกหนึ่งคน


วันนี้ช่างก็เริ่มทาสีกันสนิมและขุดร่องเพื่อเตรียมเทคานคอดินชั้นล่าง


งานชั้นล่าง
1. ค่าเหล็ก ปูน ทราย หิน เสา หมดไป 35,000 บาท
2. อิฐบล้อคขาวและเสา 6 ต้น 15,000
3. ชุดสุขภัณฑ์ ปั้มน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น ถังพักน้ำ ชุดข้อต่อและสายฉีด 23,000
4. อิฐแดง 3,000 ก้อน 3,000 บ.
5. ค่าแรง 60,000

และ ณ ตอนนี้งบก็อยู่ที่ 140,000 บาทครับ

ต่อจากนั้นก็ไปเดินตลาดนัดตอนเย็น เห็นชุดโคมไฟแบบที่อยากได้วางขายอยู่เลยต่อราคา 4 โคมเหมา 1,300 บาท


และนี่เป็นรูปเมื่อวานหลังจาก เริ่มงานจากฐานชั้นล่างครับ เริ่มเทคานคอดิน และ ฟุตติ้งรับน้ำหนักเสาครับ


จากนั้นมาอัพเดท ต่อช่วงค่ำๆ ครับ โดยความคืบหน้าของการทำโครงสร้างหลังคา



ภาพชั้นบนบ้านครับ


เราจะเห็นปะตูทางขึ้น ประตูเข้าห้องนอน


รูปมองจากฝั่งระเบียงหน้าบ้านครับ


ความคืบหน้าล่าสุดครับ


และวันนี้เราได้กรอบรูปที่เป็นไม้ประดู่แท้หายากมา 5 ชุดไว้ตกแต่บ้านครับ ขนาด A3


หลังจากนั้นก็ก่ออิฐ และเว้นงาน 3 วัน ก่อนงานฉาบผิวเริ่ม


และเป็นมุมเค้าเตอร์ในห้องครัว ซิ้งค์ล้างจาน ผมจะใช้อิฐก่อเป็นหลุมสี่เหลี่ยมแล้วปิดทับด้วยกระเบื้อง แบบโรงเรียนสมัยก่อน


ถัดจากตรงห้องครัวจะมีมุมเล็กๆ ไว้สำหรับตั้งเครื่องซักผ้า ตากผ้า อยู่ในตัวบ้านเลย เนื่องจากบ้านผมอยู่ในพื้นที่สวน จึงจำเป็นต้องเน้นความปลอดภัย


ซ้ายมือ - ทางเข้าห้องน้ำ
กลาง - ทางขึ้นชั้นบน
ขวามือ - ห้องใต้บันไดมีไว้สำหรับแต่งตัว


ภาพนี้ผมยืนอยู่ในห้องน้ำแล้วถ่ายภาพ
ข้างหลังผมคือ อ่างล้างหน้า
ซ้ายมือคือ ที่อ่าบน้ำ
ถัดไปคือ ที่ตั้งชักโคก
ผมเลือกเอาชักโคกไว้ข้างในครับจะได้รู้สึกเป็นส่วนตัวเวลานั่งทำกิจธุระ

มองจากประตูหน้าเข้ามาในบ้าน
ซ้ายมือผมจะทำเป็นเค้าเตอร์ เผื่อมีโอกาสสะสมไวส์และเป็นมุมผ่อนคลายครับ



ผมยืนตรงเค้าเต้อร์ มองออกมาที่ระหว่างประตูหน้าบ้านและหน้าต่าง


ขนาดตัวบ้าน เมื่อมอง จากด้านข้างตัวบ้าน เต็มที่ตามงบประมาณครับ


ภาพห้องแต่งตัวใต้บันไดครับ



ห้องน้ำโซนกิจธุระส่วนตัว


ภาพพื่นที่อาบน้ำครับ


เค้าเต้อร์บาร์แบบประหยัด













ชมโครงการ คอนโดใหม่ คอนโด2560 คอนโดราคาถูก เพิ่มเติมได้ที่ http://www.pruksa.com/คอนโดมิเนียม