บ้านสวยต้องอวด บ้านไร่ในสวน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ งบ 1.2 ลบ

ปลูกบ้านไร่ในสวน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ทรงเพิงหมาแหงน งบ 1.2 ล้านบาท


คอนโดมิเนียม ราคาไม่เกินล้านบาท

การปลูกบ้านสไตล์โมเดิร์น เป็นหนึ่งในสไตล์บ้านที่ชาวไทยนิยมสร้าง ทั้งยังดึงเสน่ห์ของบ้าน สไตล์นี้ก็คือ รูปทรงเลขาคณิตทันสมัยออกมาได้อีกด้วย


ที่มา: Naibann

และยิ่งถ้าได้สร้างไว้กลางพื้นที่ธรรมชาติอย่างเช่น กลางไร่นา หรือ ในพื้นที่ติดป่า บรรยากาศรอบๆ ก็จะช่วยเสริมให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก

วันนี้ก็มีบ้านสไตล์โมเดิร์นสวยๆ มาฝากชาวเว็บกันครับ ซึ่งเป็นบ้านของคุณ Nong Chbi ตั้งอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร ที่เป็นบ้านขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

และใช้งบประมาณไปทั้งหมด 1.2 ล้านบาท ได้มาเป็นบ้านทรงโมเดิร์นหลังคาเพิงหมาแหงนที่สวยและน่าอยู่มากๆ ลองมาชมกันดูครับ



อันที่จริง แล้วก็เป็นทรงหมาแหงนสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั่วไป แต่ว่าเจ้าของบ้านไม่ค่อบชอบอยู่ในห้องแคบเลยเพิ่มเติมส่วนที่เป็นระเบียงออกมาบวกกับมุมกล้องที่ถ่ายลงไปเมื่อคราวที่แล้วเลยทำให้บ้านดูกว้างขึ้น

และยังไงต้อง ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งนะคะ ที่ชอบบ้านหลังนี้ทำให้เจ้าของบ้านภูมิใจและมีกำลังใจขึ้นมาอีกเยอะเลยค่ะ

ปล วัสดุบางอย่างที่ใช้อยู่ในเกรดกลางๆ นะค่ะ หาซื้อตามร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไปงบน้อยค่ะ

รูปที่ 1. ภาพมุมซ้ายค่ะ..เจ้าของบ้านชอบมุมนี้เป็นพิเศษ


รูปที่ 2. ภาพหน้าตรงค่ะ



รูปที่ 3. ภาพมุมขวาค่ะจะเห็นระเบียงที่เพิ่มเข้ามา เอาไว้นั่งรับลมตอนเย็นๆ และยังสามารถใช้เป็นสนามผลฟุตบอลให้ลูกๆ เล่นได้อีกด้วย เพราะด้านหน้าห่างไปประมาณ 500 เมตรเป็นแม่น้ำปิงค่ะจึงพอได้รับลมบ้างค่ะ



รูปที่ 4. รูปด้านข้างค่ะ..ไม่มีด้านหลังเพราะถ่ายตอนใกล้ค่ำเจ้าของบ้านไม่ค่อยกล้าเดินไปหลังบ้านค่ะ ( ปล. หลังบ้านอยู่ติดกับหลังวัดค่ะ )



รูปที่ 5. ตอนแรกคือโรงรถค่ะ แต่ทำไปทำมาเสียดายพื้นที่เลยเปลี่ยนไว้เป็นมุมนั่งเล่นเอาไว้ให้สามีคุยเรื่องไก่กับเพื่อนๆ



รูปที่ 6. โต๊ะกินข้าวตัวเก่าแม่ยกให้ค่ะ



รูปที่ 7. ช่วงโรงรถขนาด 4x4 ค่ะ



รูปที่ 8. ระเบียงด้านนี้กว้าง 2 เมตรค่ะ อีกด้าน 3 เมตร



รูปที่ 9. ถ่ายจากมุมฝั่งระเบียงค่ะ





รูปที่ 10. ห้องโถงค่ะตรงนี้ขนาด 7x4



รูปที่ 11. ถ่ายย้อนกลับ



รูปที่ 12. ห้องนอน 3 ห้องค่ะ ประตูกระจกคือทางไปครัวค่ะ



รูปที่ 13. ถ่ายย้อนจากห้องครัว



รูปที่ 14. ห้องนอน 4x4



รูปที่ 15. ห้องนอน 4 x 3.5 อีกห้องเท่ากันค่ะต่างกันตรงไม่มีหน้าต่างยาว ( มีลูกสาว 2 คน เลยจัดสีชมพูให้ตามคำขอค่ะ )



รูปที่ 16. ครัวปูนขนาดเล็กค่ะ



มองหา โครงการขายบ้าน ราคาไม่แพง ขายบ้าน ทุกทำเล ดูได้เลยที่ http://www.pruksa.com/

รูปที่ 17. ถ่ายย้อนค่ะ



รูปที่ 18. ห้องน้ำขนาด 3x2 ค่ะ



รูปที่ 19. อีกมุมค่ะ



รูปที่ 20. ห้องนี้ 4x2 ค่ะ



รูปที่ 21. อีกมุมค่ะ



รูปที่ 22. อันนี้คือแปลนที่ทำไว้มองจากด้านบนค่ะ ส่วนแปลนที่ดัดแปลงแล้วเป็นบ้านหลังนี้ไม่ได้เขียนใหม่ค่ะ ต้องขอโทษทุกท่านที่ส่งข้อความมาขอแปลนด้วยนะค่ะ


อัพเดท แบบบ้าน แต่งบ้านใหม่ สร้างบ้านน่าอยู่ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/homecondos

เกร็ดความรู้ คอนโด ซื้อสดกับกู้แบงค์ แบบไหนดีกว่ากัน

เกร็ดความรู้ ซื้อคอนโด | ซื้อสดกับกู้แบงค์ แบบไหนดีกว่ากันครับ


ซื้อคอนโดมิเนียม

หลายคนคงมีปัญหาเรื่องการเลือกซื้อคอนโด ว่าจะซื้อแบบเงินสดหรือกู้แบงค์มาก่อนดี โดยเจ้าของกระทู้ เก็บเล็กเก็บน้อย ก็ได้เกิดข้อสงสัย ว่าแบบไหนดีกว่ากัน 

ถ้างั้นเราลองไปดูความคิดเห็นของเพื่อนๆ ในกระทู้ Pantip กันดีกว่า ว่าจะมี แนวทางแก้ไข หรือ แก้ปัญหาได้อย่างไร?

คำถาม (เจ้าของกระทู้)

ในตอนนี้อยู่ในช่วงเก็บเงิน ระหว่างรอคอนโดสร้างเสร็จ อีกนานแสนนาน  และว่างๆ ก็เลยลองคำนวณเงินในอนาคตคร่าวๆ ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด ถึงวันโอนน่าจะมีเงินพอดีกับค่าโอน

ซึ่งอาจจะเหลือหมุนเวียนไม่กี่แสน และถ้าไปรวมค่าตกแต่งซื้อของ เงินน่าจะเกือบหมดเลย

และถ้าหากกรณีแบบนี้ คิดไม่ตกว่าจะกู้แบงค์ยอมเสียดอกดีไหม เพื่อสภาพคล่อง ปกติผมค่อนข้างจะงกกับอะไรพวกนี้ 55 

คำถาม : ถ้าหากเป็นเพือนๆ จะตัดสินใจอย่างไร ระหว่างจัดสดเก็บเงินใหม่ กับกู้ยอมเสียดอกไป

อยากได้ความเห็น เผื่อเจอแนวทางไอเดียดีๆ

------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

ผมเพิ่งซื้อ คอนโดไป สถานกราณ์ ตรงกันเป๊ะ ผมจ่ายก่อนครึ่งนึง อีกครึ่งเก็บไว้ต่อทุนกับ เผื่อฉุกเฉิน

------------------------

ความคิดเห็นที่ 2

เก็บเล็กเก็บน้อยเก็บเล็กเก็บน้อย

ถ้าหากถึงวันนั้จริง ถ้าเป็นเรา

ตกแต่งเราจะค่อยเป็นค่อยไป แต่งในสิ่งที่จำเป็นก่อน เพื่อเก็บเงินไว้ยามจำเป็นต้องใช้เร่งด่วน เราจะโอนเป็นเงินสด เพราะไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมในการจดจำนอง ไถ่ถอน ต่างๆ และดอกเบี้ย 

เราถือว่าไม่เป็นหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ ( คิดแบบคนที่กินเงินเดือน แต่ถ้าทำธุรกิจจะคิดตรงกันข้าม )

นอกเสียจากพอถึงวันนั้น เราไม่สามารถเก็บได้ตามเป้าหมาย และไม่มีเงินหมุนเวียน ค่อยขอกู้ในวงเงินที่น้อยที่สุด

------------------------

ความคิดเห็นที่ 3

ซื้อเงินสดดีกว่า หากจำเป็นจริงๆ ค่อยเอาคอนโดไปเข้าก็ได้

------------------------

ความคิดเห็นที่ 4

จขกท.งก พอกับพี่สาวเราเลย พี่สาวซื้อสด เรื่องตกแต่งค่อยเป็นค่อยไป

และมีอยู่หลังหนึ่งเขาซื้อเอาไว้ผ่อนดาวน์ แต่ว่าพอครบกำหนด บ้านยังไม่เสร็จ เลยกำหนดไป เสียดอกเบี้ยไป 6000 บาท บ่นไม่เลิกเลย

------------------------



ความคิดเห็นที่ 5

นำไปเข้าแบงค์ครับ โดยเอาโปรที่ดอกปีแรกถูกๆ

ซึ่งปีแรกโปะเยอะๆ ให้เหลือไว้ผ่อนต่อในปี 2 และปี 3 อีกนิดหน่อย จะได้ไม่โดนค่าปรับผ่อนหมดก่อน 3 ปี ถ้าหากทำแบบนี้จะได้พอมีเงินสดในมือไว้หมุนได้ครับ

------------------------

ความคิดเห็นที่ 6

ซื้อเงินสดครับ  ถ้าหากอนาคตมีเงินไม่พอเล็กน้อยก็หยิบยืมพ่อแม่พี่น้องเอา

คิดว่าระบบช่วยเหลือกันเองในครอบครัวเป็นระบบที่ดีครับ  จะคิดดอกหรือไม่คิดดอกก็ตามใจ  ( ส่วนผมยืมฟรีครับแล้วรีบใช้คืน  เน้นการช่วยเหลือกัน )

------------------------

ความคิดเห็นที่ 7

ถ้าหากคิดไม่ออกก็ปรึกษา นกเขา ดูได้นะครับ ผมเคยทำเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นผมถามมันว่า " เฮ้ย ไอ้นกเขา ถ้าเอ็งอยากได้คอนโด เอ็งจะทำยังไง " ถามยังไม่ทันจบ มันก็ร้องสวน มาว่า " กูกู้ " ผมก็เลยเชื่อมัน 555

แต่หากจะเอาจริงๆ ผมพิจารณาว่า จะกู้หรือไม่กู้ คุณจะต้องดูเงื่อนไขดอกเบี้ยที่คุณได้รับ ตรงนี้ มันจะเป็นต้นทุนเงินทุน ( Cost of Capital ) แลกกับการที่คุณได้ถือเงินสด

และหลังจากนั้น ถ้าคุณมีแผน ที่จะเอาเงินสดไปใช้ทำอะไร ถ้ายังไงลองศึกษาเรื่อง Capital Investment Decisions ดูครับ แล้วจะตอบตัวเองได้ว่ากู้ดีหรือเปล่า?

ผมฟันธงให้ไม่ได้ เพราะเงื่อนไขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

------------------------

ความคิดเห็นที่ 8

ต้องผ่อนสิคะ ได้เงินมาใช้ และดอกสำหรับกู้บ้านคอนโดถูกมากช่วงนี้ ซึ่งบางคนกู้บ้านคอนโด เพื่อเอาเงินส่วนต่างมาใช้กันเลยทีเดียว

------------------------

ความคิดเห็นที่ 9

ถ้าหากซื้อเงินสดจะดีในกรณีที่เรามีสภาพคล่องสูงและไม่มีแผนใช้เงิน

ถ้าซื้อเงินผ่อนจะดีในกรณีที่เราสภาพคล่องไม่สูงมาก และเอาไว้สำรองเผื่อฉุกเฉิน หรือมีแผนใช้เงินสดที่มีไปลงทุนสร้างกระแสเงินสด

------------------------

ความคิดเห็นที่ 10

ต้องขีดเส้นใต้ไว้เลยนะครับ ถ้าหากซื้อบ้านด้วยเงินสด ก็ควรกันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือนก่อนซื้อบ้าน

หากซื้อบ้านหรือคอนโดด้วยเงินสด มีข้อดีก็คือ ไม่ต้องเป็นหนี้ ไม่ต้องมีภาระผ่อน ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

แต่ว่าก่อนที่จะนำเงินเก็บไปซื้อบ้านหรือคอนโด ควรที่จะกันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน

เพราะว่าถ้ามีเหตุให้ต้องใช้เงิน จะได้มีเงินสำรองมาใช้จ่าย และไม่ต้องหยิบยืมเงินให้เป็นหนี้เป็นสิน
แต่ยังไงแล้ว อยากให้เปรียบเทียบดูว่า ถ้าหากเงินก้อนที่จะซื้อบ้าน สามารถนำไปลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย แบบนี้นำเงินไปลงทุน แล้วซื้อบ้านด้วยการขอสินเชื่อจะคุ้มกว่าครับ

และสำหรับการซื้อบ้านด้วยการขอสินเชื่อ มีข้อดีคือ ดอกเบี้ยบ้านสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1 แสนบาท และสามารถใช้เงินเก็บเพียงบางส่วนมาดาวน์บ้าน เงินที่เหลือสามารถใช้ตกแต่งบ้าน หรือใช้จ่ายเพื่อเป้าหมายอื่นได้

ถ้ายังไงลองพิจารณาดูนะครับ จะซื้อด้วยเงินสด หรือเงินผ่อน และขอแนะนำเพิ่มว่า เมื่อซื้อบ้านหรือคอนโดแล้ว ก็ค่อยๆ ซื้อตกแต่ง ซื้อเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ทีเดียวครับ

#KExpert #home

------------------------



ความคิดเห็นที่ 11

ขอบอกว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายนะครับ คุณ k expert

สำหรับดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100,000 นั้นหมายความว่า หากเอาดอกเบี้ยบ้าน 100,000 บาทไปหักเป็นการลดหย่อนค่าใช้จ่าย แต่ไม่ได้หมายความว่าภาษีหายไป 100,000 บาทนะครับ

และถ้าสมมติทั้งปี คุณจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 50,000 บาทและเอาดอกไปลดหย่อนภาษี ถ้าคุณฐานภาษี 10% เท่ากับประหยัดภาษีไป แค่ 5,000 บาท สรุปยังขาดทุนอยู่ถึง 45,000 บาท จากดอกเบี้ยที่ส่งให้ธนาคารครับ

ความเห็นส่วนตัว คิดว่า การกู้บางส่วนครับ ควรกันเงินสำรองไว้เสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจสัก 6 เดือน + เผื่อค่าครองชีพไปสัก 12 เดือน

หลังจากนั้นเอาไปที่เหลือไปซื้อครับ โดยกู้ให้น้อยที่สุดครับ เดือนไหนมีมาก โปะมากครับ อย่าไปมองเรื่องลดหย่อนภาษีเล็กๆ น้อยๆ ครับ ส่วนต่างยังไงก็ไม่คุ้มครับ

และอีกอย่างที่ ผมไม่ค่อยชอบเลยนะครับ เวลาที่คุณให้คำแนะนำ ให้นำเงินไปต่อยอดดอกผลให้ส่วนต่างมันชนะดอกเบี้ยเงินกู้

อยากให้มองจริตแต่ละคนนิดนึงครับ เขาเป็น investment base หรือ business base ครับ บางคนไม่มีประสบการณ์ลงทุนมาก่อน ทำยีลด์ให้ชนะ

ดอกกู้ 7% + เงินเฟ้อ 5% + ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ 1% = 13% 

และถ้าหากยิ่งสถานการณ์พลิกกลับ กลายเป็นขาดทุนทั้ง 2 ทางเลย แล้วมันก็กลายเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งของคำแนะนำผู้ให้คำแนะนำเองครับ ว่ามีภาระเงินกู้นะ ต้องจำกัดความเสี่ยงด้านการลงทุน บลาๆ

------------------------

ความคิดเห็นที่ 12 (เจ้าของกระทู้)

ขอขอบคุณทุกความเห็นมากครับ ได้ข้อคิดเพิ่มขึ้นเยอะเลย

สรุปสุดท้ายก็คงต้องดูสภาพคล่อง ตอนวันโอนจึงจะตัดสินใจได้ เกิดเป็นคนมันช่างเหนื่อยแท้เหลา สู้กันต่อไปครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  เก็บเล็กเก็บน้อย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/homecondos

ตกแต่งบ้านทรงไทยโบราณ ไม่ให้น่ากลัว แถมยังน่าอยู่อีกด้วย

ตกแต่งบ้านทรงไทยโบราณ ไม่ให้น่ากลัว แถมยังน่าอยู่อีกด้วย


คอนโดราคาถูก น่าอยู่

หากท่านใด กำลังมองหา ซื้อขายบ้าน แบบบ้านทรงไทย สวยๆ เราจะพาท่านผู้อ่าน ไปดูแบบบ้านทรงไทย ซึ่งเป็นแบบบ้านไม้เรือนไทยโบราณในเขต จังหวัด นนทบุรี ค่ะ และตัวบ้านนั้นทำขึ้นจากไม้สักทองทั้งหลัง โดยพื้นที่ด้านล่างนั้นเป็นแบบยกใต้ถุนสูง

โดยที่ได้รับการจัดกับการออกแบบมาได้ อย่างเหมาะสม โดยที่มีบ้านหลังนี้การใช้เสาบ้านมากถึง 62 ต้น และ มีองค์ประกอบทั้งหมดของบ้านนั้นเป็นหลังคาเรือนไทย 3 หลังเชื่อมติดกันอย่างสวยงาม

ซึ่งตัวบ้านนี้มีห้องจำนวน 11 ห้อง โดยได้แบ่งเป็น ห้องนอนจำนวน 3 ห้อง ห้องน้ำจำนวน 3 ห้อง ส่วนห้องอื่น ๆ นั้นได้ถูกจัดไว้ใช้งานตามความเหมาะสม



ส่วนใต้ถุนบ้านจะเป็นแบบเปิดโล่ง โดยเจ้าของบ้านได้ออกแบบบ้านมาไว้สำหรับการจัดงานและกิจกรรมต่างๆ ภายในครอบครัว จึงมีการทำโซนของห้องน้ำทั้งหญิง-ชายไว้ที่ด้านซ้ายของตัวบ้านด้วย


ถ้าหากว่าจะพูดถึงความโดดเด่น และ เรื่องของความพิเศษของห้องน้ำที่อยู่ชั้นล่าง ก็คือการตกแต่งที่งดงามสไตล์ไทย ด้วยการเลือกนำไม้ไผ่สานมาตกแต่งเป็นผนังกั้นโดยรอบของห้องน้ำ

นับว่าเป็นไอเดียดีเยี่ยมและดูสวยรับกับงานไม้ไม่น้อย ส่วนด้านหน้าก็เลือกทำอ่างล้างหน้าจากไม้ จึงช่วยให้ดูสวยเข้ากับบรรยากาศโดยรวมของตัวบ้านมากยิ่งขึ้น


ซึ่งพื้นที่ด้านล่าง ได้ถูกตกแต่งเป็นสวนน้อยน่ารักๆ โดยได้เลือกนำกระถางต้นไม้พร้อมพันธุ์ไม้ต่างๆ มาจัดวางให้ลดหลั่นสวยงาม

และไอเดียจัดสวน ก็ขอบอกเลยว่า สวยสุดๆ ก็คือการนำราวแขวนประดับกล้วยไม้สวยๆ ที่นำมาดัดแปลงมาจากล้อเกวียนไม้อันเก่า ซึ่งจับมาต่อเข้ากับเสาไม้หรือเสาเหล็กหน่อยก็เป็นราวแขวนต้นไม้เก๋ๆ แบบไม่ซ้ำใคร



เอาล่ะ เราดูข้างนอกมามากพอแระ ถ้าอย่างนั้นเราลองขึ้นไปดูข้างชั้นบนกันเลย โดยพื้นที่ตรงบันไดทางขึ้นบ้านมาก็จะมาพร้อมซุ้มหลังคาเรือนไทย

และที่กั้นราวบันได ก็ได้ถูกตกแต่ง ด้วยไม้สัก ทั้งยังฉลุด้วยลายสวยงาม ซึ่งหลังจากที่ขึ้นมาจากบันไดเราก็จะพบกับระเบียงบ้านด้านบนที่ทำเป็นที่นั่งรับลมเย็นๆ เอาไว้ด้วย

และหากมองจากที่นั่งหันหน้าเข้าหาบ้านเราก็จะเห็นพื้นที่ของตัวบ้านฝั่งด้านขวาได้อย่างชัดเจน



หลังจากที่เราเดินเข้ามา ภายในตัวบ้าน เราก็จะพบกับการตกแต่งภายในบ้านตามแบบฉบับบ้านเรือนทรงไทยโบราณ และด้วยพื้นภายในที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของการทำพื้นลดหลั่นไล่ระดับกัน

ตอนกลางวันบ้านจะดูสว่าง ไม่มืดจนเราไม่ต้องเปิดไฟ เพราะว่าแสงจากธรรมชาติ นั้นก็ส่องเข้ามาอย่างทั่วถึงโดยผ่านหน้าต่างที่เรียงรายกันอยู่ตลอดทั้งหลัง

และถึงแม้ว่า บ้านหลังนี้จะเป็นบ้านเรือนไทย แต่ว่า.. บ้านหลังนี้ก็ยังผสมผสานความร่วมสมัยไว้ได้อย่างลงตัวด้วยการเลือกใช้บานกระจกมาติดเป็นหน้าต่างโดยรอบ



จากการที่บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้แบบโบราณ ถ้าหากมองถึงสภาพบรรยากาศภายในบ้านจึงให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเรือนไทยสมัยเก่าๆ

แต่ละส่วนของบ้านได้ถูกจัดวางเป็นโซนใช้สอยต่างๆ ตามลักษณะบ้านไทยแท้ โดยจัดให้ส่วนกลางด้านหน้าเป็นโถงกว้าง ถัดไปจึงค่อยเป็นห้องต่างๆ ที่จัดไว้เหมาะสมตามการใช้งาน


เมื่อเรามองไปเห็นด้านบนของบ้าน เราก็จะมองไปเห็นหลังคาที่สูงโปร่งขึ้นไปตามลักษณะของหลังคาทรงจั่ว ภายในตกแต่งด้วยไม้จากช่างฝีมือประณีต ในส่วนของคานไม้ด้านบนประดับด้วยโคมไฟสไตล์แอนทีค





และภายในห้องนี้เป็นห้องที่มีขนาดโล่งกว้าง และ ข้างในก็มีเพียงตู้ไม้สองใบ ที่ได้ถูกจัดวางไว้ที่มุมห้อง ทั้งด้านบนคานไม้และทั้งสี่มุมของห้องประดับด้วยโคมไฟสไตล์แอนทีค


ส่วน ของมุมภายในบ้าน นั้นก็ได้ถูกตกแต่งด้วยความประณีต และ การใส่ใจในทุกรายละเอียด


และสำหรับห้องน้ำห้องนี้ จะเป็นส่วนกลางของบ้าน และยังมาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยจำนวน 2 ห้อง โดยที่มีการจัดแบ่งสเปซใช้สอยภายในไว้อย่างเป็นสัดส่วนลงตัวทั้งพื้นที่เปียกและแห้ง

โดยที่ห้องน้ำที่เราเห็นเป็นห้องแรกนั้นจะมีอ่างอาบน้ำจากุชชี่ สีขาวที่ทันสมัยที่ดูสวยเข้ากับสีนวลๆ ของกระเบื้องปูพื้นเป็นอย่างดี และด้านบนของบานหน้าต่างประดับด้วยกระจกสีที่เป็นเทคนิคตามแบบฉบับของงานช่างสมัยเก่า




และตรงโซน ที่เป็นห้องนั่งเล่น ของบ้านนี้ ก็ได้ถูกจัดไว้ในโซนด้านใน ที่ถัดมาจากห้องนอนเข้าไป ภายในจัดวางด้วยโซฟาหนังสีน้ำตาลแดงสวยเข้ากันกับงานไม้ของบ้าน ใกล้กันเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็กๆ

ตรงข้ามกับโซฟาเป็นมุมตู้ชั้นวางทีวี บนผนังประดับด้วยนาฬิกาไม้แบบเก่าสุดคลาสสิก


ส่วนที่อยู่ใกล้ๆ กันกับ ส่วนของห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ของห้องครัวที่จัดทำไว้อย่างเรียบง่าย มาพร้อมตู้ชั้นวางเล็กๆ สำหรับเป็นเคาน์เตอร์และที่จัดเก็บของใช้

ด้านข้างเคาน์เตอร์วางของเป็นเตาไฟฟ้าพร้อมเตาอบ และจัดให้ตู้เย็นสีดำเรียบหรูอยู่ทางด้านซ้ายแนบชิดติดผนัง


ตรงห้องนอนด้านในสุดของบ้านนั้น ก็ได้จัดเตียงนอนไม้ที่จัดวางไว้อย่างเรียบง่าย บรรยากาศภายในห้องโปร่งสบายด้วยการจัดวางหน้าต่างทั้ง 3 ทิศทางของห้อง พร้อมเพิ่มความหวานให้งานไม้ดูซอฟท์ลงยิ่งขึ้นด้วยผ้าม่านเนื้อบางสีขาวลายดอกไม้


อ่านเพิ่มเติมได้เลยที่ http://renovatecondos.blogspot.com/


ขอบคุณข้อมูลจาก Forfur